icloud-logo

วิธีใช้ iCloud สำหรับมือใหม่ iPhone, iPad และ iPod Touch

จะดีแค่ไหน ถ้าเราสามารถสำรองข้อมูล, บันทึกข้อมูล ต่างๆ บนโทรศัพท์มือถือในมือ และข้อมูลเหล่านั้น ถูกเก็บไว้บน Server แล้วเราสามารถเข้าไปดึงมาใช้ ได้ตลอดเวลาผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และสามารถเรียกใช้ได้ทั้งจากมือถือและคอมพิวเตอร์ ?? นี่คือที่มาของคำว่า Cloud Computing หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “บริการกลุ่มเมฆ” เปรียบ Server เหมือนเมฆที่ลอยอยู่ในอากาศ และเราสามารถโยนข้อมูลเข้าไปในเมฆ จากนั้น จะเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้ และจากการเปิดตัว iOS5 ของ Apple ก็ได้เปิดตัวบริการกลุ่มเมฆของตัวที่ชื่อว่า iCloud นับเป็นบริการที่น่าสนใจ น่าใช้ ที่สำคัญลูกค้า Apple สามารถใช้บริการได้ฟรี โดยให้พื้นที่มา 5GB วันนี้ผมเลยได้นำเอาการใช้งาน iCloud สำหรับมือใหม่ ที่เพิ่งใช้งาน iPhone, iPad และ iPod Touch มาให้ได้รู้จักกันครับ

ก่อนจะไปดูการใช้งาน ผมมีคลิปวิดีโอที่อธิบายถึงการทำงานของ iCloud มาให้ได้ดูกันครับ เพื่อเพิ่มความเข้าใจว่า iCloud คืออะไร และ iCloud ทำงานยังไง

จากคลิปข้างต้น จะเห็นได้ว่า iCloud สามารถอำนวยความสะดวกให้กับเราได้มากเลยทีเดียว โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใช้งาน iDevice (อุปกรณ์ตระกูล iPhone, iPad, iPod) หลายๆ เครื่อง หรือใช้งาน iPhone กับคอมพิวเตอร์ ทั้ง PC และ MAC เพราะว่า การบันทึกข้อมูลต่างๆ เช่น รายชื่อ, อีเมล์, ปฏิทิน, โน๊ต, สิ่งที่ต้องทำ, เอกสารต่างๆ รวมถึงรูปถ่าย แค่ทำการบันทึกบนอุปกรณ์เดียว แต่อุปกรณ์อื่นที่ใช้ Apple ID เดียวกัน ได้รับข้อมูลนั้นๆ ด้วย ตัวอย่างเช่น

เวลาเราบันทึกเบอร์โทรและอีเมล์ของเพื่อนลงใน iPhone ถ้าไม่มี iCloud เราก็ต้องไปบันทึกซ้ำอีกใน iPad หรือคอมพิวเตอร์ของเรา เพราะบางทีอาจต้องใช้งาน แต่ iCloud ทำให้เราบันทึกจากที่เดียว แล้วมันจะทำการบันทึกไปยังอุปกรณ์อื่นที่เหลือของเราทันที เป็นต้นครับ

สำหรับวิธีการตั้งค่าเบื้องต้น และรายละเอียดอื่นๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่ วิธีตั้งค่า iCloud จากเว็บไซต์ของ Apple เลยครับ

มาถึงการใช้งาน iCloud กันต่อเลยครับ ก่อนจะใช้ iCloud ได้ เราจะต้องมี Apple ID ก่อน ซึ่งผมเชื่อว่า คนที่ใช้ iDevice ต้องมีอยู่แล้ว เพราะไม่งั้นก็จะดาวน์โหลดแอพไม่ได้เลย สำหรับมือใหม่ สามารถเข้าไปดูวิธีการสมัคร Apple ID ได้ ที่นี่ ครับ

มาถึงการตั้งค่า iCloud ครับ เข้าไปที่ Setting ของ iPhone แล้วเลือก iCloud

ในหน้า iCloud Setting จะมีบอก Account ซึ่งก็คือบัญชี Apple ID ของเรานั่นเองครับ ส่วนข้างล่าง จะมีรายการประเภทข้อมูลที่ iCloud รองรับ ก็มี อีเมล์, รายชื่อ, ปฏิทิน, สิ่งที่ต้องทำ, บุ๊คมาร์กบน Safari, โน๊ต, รูปถ่าย, เอกสาร และ การค้นหา iPhone ล่างสุดจะมี Storage&Backup สำหรับดูพื้นที่ที่ใช้ไปแล้วและการสำรองข้อมูล รวมถึงปุ่ม Delete Account สำหรับลบบัญชี iCloud ของเรา

ในส่วนของ Storage&Backup จะบอกว่าเราใช้พื้นที่ไปเท่าไหร่แล้ว iCloud เปิดฟรีสำหรับลูกค้า โดยให้พื้นที่ 5GB ถ้าจะใช้มากกว่านี้ ต้องซื้อเพิ่มครับ (Buy more storage) และในหน้านี้ ยังมีเมนู iCloud Backup สำหรับการสำรองข้อมูลรูปถ่าย, บัญชีต่างๆ, เอกสาร และการตั้งค่าต่างๆ บน iPhone ของเรา ไปเก็บไว้บน iCloud ซึ่งสะดวกมากสำหรับคนที่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ เพราะถ้าเกิด iPhone เสีย, ทำหาย, ซื้อใหม่มา ก็แค่ log in เข้า iCloud ก็จะสามารถดึงทุกอย่างกลับมาได้เหมือนเดิม (แต่ iPhone จะ Backup ผ่าน iCloud เฉพาะตอนเชื่อมต่อกับ Wifi, ชาร์จแบตไปด้วย และหน้าจอล็อคอยู่ เท่านั้นครับ

ในส่วนของ Manage Storage ก็จะมีรายละเอียดของการใช้งานเราครับ

ดูการตั้งค่าไปแล้ว มาดูการใช้งานกันบ้าง ปกติ iCloud จะเปิดใช้งานกับข้อมูลทุกประเภท ยกเว้น อีเมล์และโน๊ต ถ้าซื้อมาใหม่ๆ มันจะ Off อยู่ครับ และเมื่อเรากด On มันจะให้เราทำการสมัครอีเมล์ที่เป็น @me.com ก็ให้ทำการสมัครไปเลย เราก็จะได้อีเมล์อีกอันมาใช้งาน โดยเราสามารถกำหนดชื่อเองได้เลย เมื่อเปิดใช้งานอีเมล์แล้ว ก็จะสามารถให้ iCloud เปิดใช้ Mail, Notes ได้ทันที

Mail—————————————————

อีเมล์ของ iCloud จะเป็น @me.com และเมื่อเปิดใช้งานแล้ว จะมี Mailbox เพิ่มเข้ามาบน iPhone ของเราทันทีครับ โดยมีชื่อว่า iCloud การใช้งาน ก็เหมือนๆ กับเมล์ทั่วไปเลยครับ รับส่งได้ แต่ที่เท่ห์ก็คือ เราจะมีอีเมล์ที่เป็น @me.com ซึ่งคนที่ไม่ได้ใช้บริการนี้ ไม่มีแน่ๆ สำหรับจุดเด่นของบริการอีเมล์ก็คือ สามารถใช้งานได้ทั้งบน iPhone, iPad, iPod และบนเว็บไซต์ครับ

Calendars—————————————————

ในส่วนของปฏิทิน เมื่อเข้าไปดูใน Calendars ของ iPhone ให้กดที่ปุ่ม Calendars (มุมบนซ้าย) จะพบว่ามี iCloud อยู่ด้วย ซึ่งปฏิทินนี้ ถ้าเราบันทึกนัดหมายไว้บน iPhone แล้ว ข้อมูลนัดหมายดังกล่าว ก็จะไปอยู่บน iCloud จะเปิดกับเว็บไซต์, iPad ,iPod ก็ดูได้เหมือนบน iPhone เลยครับ

Contacts—————————————————

รายชื่อ เป็นอะไรที่สำคัญมาก โดยเฉพาะคนที่มีเบอร์เพื่อนเยอะๆ งานนี้หายห่วงครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะทำเบอร์เหล่านั้นหายอีกต่อไป เพราะ iCloud จะเก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ และเราสามารถเรียกใช้ได้จากทุกอุปกรณ์ บันทึกที่เดียว แต่เรียกใช้ได้ทุกที่ iPhone ที่เปิด Contacts กับ iCloud ไว้ จะมีปุ่ม Refresh (มุมบนซ้าย) อยู่ เพื่อทำการรีเฟรชรายชื่อ กรณีที่เรามีการบันทึกเบอร์จากที่อื่น แล้วจะให้มันดึงมาบน iPhone แต่ปกติมันดึงอัตโนมัติอยู่แล้วครับ

Documents & Data—————————————————

ส่วนนี้สำหรับคนที่ใช้งานแอพ Pages, Numbers และ Keynotes บน iPhone ก็จะสามารถสำรองข้อมูลเอกสารต่างๆ ที่ทำบน iPhone ไปไว้บน iCloud ได้

Photo Stream—————————————————

Photo Stream เป็นบริการสำรองรูปถ่ายจาก iPhone ไปไว้บน iCloud (ผ่าน Wifi เท่านั้น) ถ้าเปิดบริการนี้ เมื่อ iPhone เราเชื่อมต่อกับ Wifi รูปถ่ายทุกรูปบน iPhone จะถูกส่งไปยัง iCloud เพื่อสำรองไว้ และเราต้องเปิดเว็บไซต์ iCloud หรือ iDevice เครื่องอื่นๆ เพื่อดาวน์โหลดรูปเหล่านั้นเก็บไว้ต่อไป หากไม่ดาวน์โหลดภายใน 30 วัน รูปที่สำรองไว้ ทางระบบจะลบทันทีครับ (แต่บน iPhone ยังอยู่นะครับ)

นั่นคือการใช้งาน iCloud แบบคร่าวๆ บนอุปกรณ์ในมือเรา ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad และ iPod Touch ต่อไป ผมจะพูดถึงการใช้งาน iCloud บนเว็บไซต์กันบ้างครับ เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญของบริการแบบกลุ่มเมฆเลยทีเดียว สำหรับเว็บไซต์ของ iCloud ก็คือ <a href="http://www.icloud.com&quot; เมื่อเข้าไปแล้ว จะมีหน้าจอให้เราทำการ Sign in เข้าระบบ โดยใช้ Apple ID ของเราครับ

หน้าหลักของ iCloud หน้าตาเรียบง่ายดีครับ มี Mail, Contacts, Calendar, Find my iPhone และ iWork ส่วนมุมขวาบนจะมีชื่อของเรา สำหรับการตั้งค่า และปุ่ม Sign Out

เมื่อกดที่ชื่อของเรา จะเป็นการเปิดการตั้งค่าข้อมูลส่วนตัวครับ สามารถใส่รูปภาพประจำตัว และข้อมูลอื่นๆ ได้

ส่วนปุ่ม Advance ไว้ใช้เวลาต้องการลบรูปใน Photo Stream ทิ้ง (ซึ่งจะไม่ลบบน iPhone)

มาดูในส่วนของ Mail กันครับ ผมใช้ค่อนข้างบ่อยเลย เพราะว่า นอกจากเราจะใช้งานอีเมล์ที่เป็น @me.com บน iPhone ได้แล้ว ยังสามารถใช้งานบนคอมพิวเตอร์ได้ด้วย ผ่านเว็บนี้แหละครับ หน้าตาของ Mail ก็ง่ายๆ คล้ายๆ บน iPhone/iPad เลย และ Notes ก็จะอยู่ในส่วนนี้ครับ สังเกตุบนหน้าจอ จะมี Notes ด้วย บันทึกย่อทุกอย่างบน iPhone จะถูกเก็บไว้ในนี้

เมนูระหว่างการใช้งาน Mail เหมือนบน iPhone เลย

ถ้าเราจะส่งเมล์หาใครสักคน ก็กดปุ่มเขียนเมล์ จะมีหน้าต่างเขียนเมล์ขึ้นมา ตรงช่อง To ถ้าเพื่อนคนนั้น เราได้บันทึกอีเมล์ของเขาไว้ใน Contacts แล้ว ก็แค่พิมพ์ชื่อครับ ระบบจะเรียกอีเมล์ของคนๆ นั้นมาทันที สะดวกสบายมากๆ

สำหรับ Contacts หน้าตาจะเหมือนบน iPad มากครับ ก็จะมีรายชื่อของเพื่อนที่เราบันทึกไว้บน iPhone ทั้งหมด จะลบ จะเพิ่มรายชื่อใหม่ จะแก้ไข ก็ทำได้ทันที และเมื่อบันทึกจากบนเว็บแล้ว บน iPhone ข้อมูลนั้นๆ ก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย (ถ้าไม่เชื่อ ลองทำดูครับ)

หน้าจอขณะบันทึกรายชื่อใหม่ เหมือน iPhone/iPad เป๊ะ

Calendar ก็จะเหมือนกับบน iPad เช่นกัน การทำงาน ก็เหมือนกับบริการอื่นๆ คือ ดู, แก้ไข, ลบ และเพิ่มได้ จากนั้น ระบบก็จะปรับข้อมูลบนทุกอุปกรณ์ให้เหมือนกันทันที นอกจากนี้ยังมี Reminders หรือสิ่งทีต้องทำ จาก iPhone มาอยู่ในนี้ด้วย

เวลาบันทึกนัดหมายใหม่ เราสามารถใส่ invitees หรือผู้ถูกเชิญได้ด้วย เช่น ถ้ามีนัดหมายกันในกลุ่ม เราก็ใส่อีเมล์ของเพื่อนที่เราต้องการจะนัดไว้ในนี้ เมื่อบันทึกเสร็จ ปฏิทินบน iPhone/iPad ของเพื่อนจะแจ้งเตือนเจ้าของทันทีว่า ได้รับนัดหมายจากเราครับ

มาถึงสิ่งที่เด็ดที่สุดของการใช้ iCloud นั่นก็คือ Find my iPhone เอาไว้สำหรับค้นหา iPhone/iPad ที่เราทำหายหรือลืมไว้ แล้วหาไม่เจอครับ เมื่อเราทำหาย เราก็แค่เข้าเว็บไซต์นี้ แล้วกดที่ Find my iPhone จะมีหน้าจอให้ Sign in อีกครั้ง ให้ใส่รหัสผ่าน Apple ID ของเราอีกครั้งครับ

จากนั้น ระบบจะทำการค้นหาตำแหน่งล่าสุดที่จับได้ จาก iPhone/iPad ของเรา ว่าอยู่ที่ไหน วิธีนี้มีคนใช้จับโจรมาเยอะแล้วครับ เพราะมันเจอจริงๆ แต่มีข้อแม้ว่า iPhone/iPad นั้นๆ ต้อง

- ต้องมีแบต
– ต้องเปิดบริการนี้บน iCloud และเปิด Location Service
– ต้องมีการเชื่อมต่อกับ Internet ไม่ว่าจะเป็น Wifi, GPRS, EDGE, 3G

ถ้าครบเงื่อนไข เราก็จะสามารถหาเครื่องที่เราทำหายได้ทันที

เมื่อเจอตำแหน่งแล้ว ให้กดไปที่ปุ่ม i บนหน้าจอ จะมีเมนูให้เราเลือกดังนี้ครับ

- Play Sound or send message สำหรับทำให้ iPhone/iPad มีเสียงดังขึ้น กรณีนี้ จะทำให้คนที่อยู่บริเวรณที่เราทำ iPhone/iPad หาย รู้ว่า มีเครื่องถูกลืมไว้ และยังสามารถส่งข้อความไปที่หน้าจอของ iPhone/iPad ได้ด้วย เพื่อที่ว่า คนที่มาเจอจะได้อ่านได้ เราก็อาจพิมพ์ไปว่า รบกวนส่งกลับ หรือให้รอที่ไหน เดี๋ยวเราไปเอา หรือให้ติดต่อกลับ เป็นต้น (แต่ถ้าโจรเจอ มันคงไม่ทำตามที่เราขอแน่ๆ)

- Remote Lock สำหรับสั่งล็อคเครื่องผ่านอากาศ แบบทันที ถ้าใช้คำสั่งนี้ จะทำให้คนที่เจอ iPhone/iPad ของเรา ไม่สามารถเข้าไปใช้งานได้เลย เพราะติดรหัสผ่านที่เรากำหนดไว้จากเว็บนี้

- Remote Wipe สำหรับสั่งล้างข้อมูลทุกอย่างบนเครื่องออกให้หมดผ่านอากาศเช่นกัน คงจะใช้วิธีนี้ กรณีที่แน่ใจแล้วว่า คงไม่ได้เครื่องคืน ก็สั่งลบข้อมูลของเราออกให้หมด คนที่เจอหรือคนที่เอาไป จะได้ไม่สามารถเข้าไปดูข้อมูลของเราได้

สุดท้ายก็คือ iWork สำหรับคนที่ทำงานกับแอพ Pages, Numbers และ Keynotes

ก็เป็นอีกหนึ่งบริการฟรีๆ ที่ดีๆ จาก Apple ที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ใครที่ยังไม่ได้ใช้งาน iCloud แนะนำให้ลองใช้ครับ เพราะประโยชน์มันมีมากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะเวลาทำเครื่องหายนี่แหละครับ :)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s